‘ผ่อนคลาย’ คำนี้เป็นคำที่คุณแม่ลูกอ่อน ลูกเล็กเด็กแดง หรือแม้แต่ลูกที่โตขึ้นมาหน่อย
ก็ยังเป็นคำที่ห่างไกล หรือแม้แต่จะเรียกว่าไม่เข้าใกล้เลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งเรานั้นเข้าใจมันดี รู้ตัวอีกทีเหมือนมีความรู้สึกว่ากลางคืนนอนหลับไม่สนิท กลางวันเวลาไม่เคยพอ บ่าล้าเหมือนมีคนมานั่งทับ (อันนี้ไม่เกินไปใช่ไหมคะ :p )

เมื่อไรที่เป็นแบบนี้ ขอให้คุณแม่ละทิ้งทุกอย่าง ละทิ้งทางใจก่อน กายยังไปไม่ได้ ให้พาใจไปก่อน ให้ใจวางแผนว่าวันไหนจะมีใครพอว่าง ช่วยดูเจ้าจิ๋วให้เราได้บ้าง หรือจะขอเวลาสัก 3 ชั่วโมงได้จากไหน

เอาล่ะ เรามาข้ามขั้นตอนกันไป สมมติว่าภารกิจนี้ของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อเราช่วงชิงเวลาอิสระมาได้ 3 ชั่วโมง เริ่ม…

เริ่มมาที่ Panpuri Wellness and Spa (ปัญญ์ปุริ เวลเนส แอนด์สปา) ชั้น 12 โซนเกษร เออร์เบิน รีทรีต อาคารเกษร ทาวเวอร์ กันก่อนเลยค่ะ เพราะ 3 ชั่วโมงของเรามีค่ามาก เลยอยากแนะนำให้มาผ่อนคลายด้วยการออนเซน
ก่อนหน้านี้ในกรุงเทพฯ เรายังไม่เคยลองไปออนเซนที่ไหน ด้วยความเข้าใจตรงกัน ว่าการไปออนเซนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เขาต้องถอดเสื้อผ้าหมดเพื่อลงไปแช่ ครั้นด้วยความแบบไทยๆ เราก็จะเขินอายบ้างอะไรบ้าง แต่ที่ปัญญ์ปุริ ออนเซน เขาจะมีชุดชั้นในสำหรับให้สวมใส่เวลาลงแช่ออนเซนเตรียมไว้ให้ด้วย หมดข้อกังวลก็พร้อมแล้วล่ะ

ครั้งแรกที่เรามาถึงที่นี่ ความรู้สึกแรกคือสถานที่สวยมากค่ะ ให้ความรู้สึกสงบ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้ผ่อนคลายตั้งแต่แรกเริ่ม นอกจากออนเซนแล้วเขายังมีบริการอื่นๆ ครบวงจร
อยากผ่อนคลาย บำบัดสุขภาพ เรื่องความสวยงามก็มีบริการ คืออยากจะนวดตัวนวดหน้า
ออกกำลังกาย หรือทานอาหารสุขภาพมาที่เดียวได้ครบทั้งหมดเลยค่ะ ถ้าเราหาเวลาได้
มากกว่า 3 ชั่วโมง จะมาอยู่ที่นี่สักครึ่งวันก็ยังได้

แต่เอาล่ะ เราเริ่มจากเวลาที่เป็นไปได้ที่ 3 ชั่วโมงก่อน ตรงเข้ามาโซนออนเซนกันเลยค่ะ
ในโซนนี้เขาจะแยกหญิงชายสบายใจ จากหลายๆ ครั้งที่มา รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว เงียบ ไม่เอะอะ (อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เรามาด้วยนะคะ เป็นวันธรรมดา และไม่ใช่เวลาเลิกงาน) ราคาสำหรับ Onsen Day Pass คือ 750 บาทต่อวัน พอเข้ามาในโซนออนเซนแล้ว เขาจะมีชุดเปลี่ยนให้เรา สามารถขอชุดชั้นในที่ใช้ใส่ตอนแช่ได้ และมีชุดที่ไว้ให้ใส่หลังแช่ออนเซนเสร็จแล้วด้วย เขาออกแบบได้น่าใส่มากเลยค่ะ เป็นสไตล์ชุดยูกาตะญี่ปุ่น ท่อนล่างเป็นกางเกง ใส่สบายเหมาะจะทำกิจกรรมอื่นๆ ในนี้ต่อ เช่น นั่งพักนอนพัก ซึ่งเขาจะมีห้องในส่วนพักผ่อนไว้ให้ หรือจะไปนวดหน้านวดตัวต่อ จัดแจงได้ชุด ผ้าขนหนู น้ำดื่ม (ที่ใส่มาในกระเป๋า) กับกุญแจล็อกเกอร์มาแล้วก็เลือกโปรแกรมการแช่กันได้เลย

ซึ่งที่นี่เขาจะมีโปรแกรมการแช่ให้เหมาะกับความต้องการของเรา เช่นมีปัญหาความเครียด นอนไม่หลับ เหนื่อยล้า ฯลฯ โปรแกรมการแช่จะติดไว้ตรงผนังในโซนออนเซน จะมีบอกว่าให้แช่บ่อไหนบ้าง ครั้งละกี่นาที แช่อันนี้แล้วไปอันไหนต่อ แต่ละบ่อก็จะมีเอกลักษณ์ของน้ำ ความร้อน หรือแหล่งที่มา แร่ธาตุ และให้คุณประโยชน์ต่างกันไปด้วยค่ะ รวมๆ แล้วมีประมาณ 5 บ่อ คือ

  • Signature Kusatsu Onsen เป็นบ่อน้ำแร่ออนเซนที่นำน้ำมาจากเมืองคุซัตสึ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 ออนเซนที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
  • Seasonal Bath บ่อที่มีการสับเปลี่ยนน้ำแร่ที่ดีที่สุดจากเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่นมาตลอดทั้งปี
  • Soda Bath บ่อนี้จะมีความร้อนประมาณ 39 องศา ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและการไหลเวียนของเลือด
  • Cold Plunge Pool บ่อน้ำเย็นเจี๊ยบ ที่เมื่อเราแช่ออนเซนบ่ออื่นในระดับอุณหภูมิประมาณ 40 องศามาก่อนแล้วลงแช่ในบ่อนี้ จะรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันทีเลยค่ะ แต่หลังจากขึ้นมาจากบ่อน้ำเย็นแล้ว บางครั้งอาจจะมีอาการมึนนิดๆ บ้าง ให้นั่งพักนิ่งๆ สักแป๊บ
  • Vitality Pool บ่อออนเซนน้ำวน ช่วยนวดร่างกายตามจุดต่างๆ ไปในตัว

นอกจากนั้นก็มีห้องสตรีมและห้องซาวน่า ที่ผนังด้านหนึ่งเป็นเกลือหิมาลัย ซึ่งช่วยเรื่องระบบหายใจ ระดับความร้อนในห้องเอาเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าทำตามโปรแกรมที่เขาช่วยจัดไว้ให้ก็จะได้ประสิทธิภาพและดีกับร่างกายของเราพอสมควรค่ะ ซึ่งเราสังเกตจากตัวเองที่เป็นภูมิแพ้ พอได้แช่ออนเซนและเข้าห้องสตรีมกับซาวน่า อาการที่มีในวันนั้นๆ ก็เบาบางลงนะคะ

หลังจากแช่ออนเซนหนำใจแล้ว ในนี้มีโซนอาบน้ำแบบญี่ปุ่น นั่งเก้าอี้เตี้ยอาบน้ำสระผมไปกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Panpuri ซึ่งทุกอย่างในนี้เขาเน้นความออร์แกนิก

และความใส่ใจของเขาที่เราชอบ คือเขาจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้พอดีกับความต้องการ มี Toning Essence เอสเซนส์บำรุงผิวหน้า (เป็นตัวหนึ่งที่เราชอบมากๆ ค่ะ) ครีมบำรุงผิว น้ำมันจัดแต่งทรงผม ไดร์เป่าผม หรือแม้แต่ที่หนีบผมก็มีเตรียมไว้ให้ นอกจากแช่ออนเซนสบายตัวแล้วยังสบายใจไปกับการคัดเลือกที่ดีของเขาอีกด้วยค่ะ

นอกจากนี้ใครที่ไม่สะดวกใจจะออนเซนแบบพับบลิก แบบห้องส่วนตัวเขาก็มีนะคะ แต่จะจำกัดเวลา และมีโปรแกรมการนวดอื่นๆ พ่วงเข้าไปด้วยแล้วแต่ความต้องการของเรา ซึ่งเราลองมาแล้วทั้งสองแบบ แบบส่วนตัวก็สะดวกดีที่เราอยากจะใช้บริการอื่นๆ ร่วมด้วย หรือมากับคุณสามี ถ้ามากับเพื่อนเลือกแช่แบบพับบลิกก็ได้ เพราะเขาไม่จำกัดเวลา แช่เสร็จออกมานั่งพัก หาอะไรกิน แล้วจะกลับไปแช่ให้สบายตัวอีกสักรอบก่อนกลับบ้านก็ดี๊ดีค่ะ

PAÑPURI WELLNESS
Address: ชั้น 12 Floor, Gaysorn Urban Retreat, Gaysorn Village
Tel: 0 2253 8899 หรือ 09 2275 6097
BTS: สถานีชิดลม
ราคาสำหรับ Onsen Day Pass 750 บาทต่อวัน
รายละเอียดแพ็กเกจและราคาต่างๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่
https://www.panpuriwellness.com
https://www.instagram.com/panpuriofficial

Leave a comments :)

  • Sign up
Lost your password? Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.
%d bloggers like this: